นางสาวฐาทินี ศรีจันทร์ 5411200370 เลขที่ 2 คณะศึกษาศาสตร์ เอกการศึกษาปฐมวัย

วันศุกร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2555

บันทึกการเรียนครั้งที่ 13


วิชาการจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย (EAED2203)

วันที่ 7  กันยายน  2555

กลุ่มเรียน122    เวลา14.10-17.30น.

เนื้อหาที่เรียน


-อาจารย์แจกสีและแผ่นประดิษฐ์อักษร




-อาจารย์ทบทวนเนื้อหาที่เรียนไป 
- ทักษะทางภาษาโดยใช้การสัมภาษณ์ การวิเคราะห์องค์ประกอบโดยการตีความทีละหัวข้อ และการสังเกตดูพฤติกรรมการใช้ภาษาของเด็ก 





- การจับใจความ การสรุปความคิด การตั้งคำถามกับเด็กโดยใช้นิทานและเพลงเข้าช่วย 

- การจัดประสบการณ์โดยใช้สื่อในการสอนเด็ก เช่น นิทาน เพลง เกม ปริศนาคำทาย คำคล้องจอง 

- มุมประสบการณ์ทางภาษาที่จัดไว้สำหรับเด็ก โดยส่งเสริมการฟัง พูด อ่าน และเขียนของเด็ก เช่น นิทาน(การอ่าน) 

เทปเพลง(การฟัง) กระดานเขียน(การเขียน) หุ่นนิ้วมือ(การพูด)


การบูรณาการใช้ในชีวิตประจำวันเรื่องของภาษา






 - ทักทาย เขียนชื่อ แนะนำกิจกรรม 


- กิจกรรมเคลื่อนไหว คือการเต้นประกอบเพลง พูดชื่อและทำท่าทางตามชื่อของตนเอง 

- กิจกรรมศิลปะ คือการวาดภาพเป็นสัญลักษณ์ เขียนบรรยายใต้ภาพ นำภาพมาต่อเป็นเรื่องราว 

- กิจกรรมกลางแจ้ง คือการรู้จักกฎกติกาในการเล่น 

- กิจกรรมเกมการศึกษา คือพวกเกม จิ๊กซอว์ โดมิโน จับคู่ เรียงลำดับเหตุการณ์ อนุกรม อุปมาอุปไมย 







บรรยากาศในการเรียน 



-เพื่อนๆตั้งใจฟังอาจารย์ทบทวนความรู้  แต่ในวันนี้เพื่อนๆเข้าเรียนน้อย


การนำสิ่งที่ได้รับไปรับใช้


-ได้ความรู้เรื่องการจัดประสบการณ์ สามารถนำไปใช้ร่วมกับวิชาอื่นได้


งานที่ได้รับมอบหมาย

-ในอาทิตย์หน้าให้แต่ละกลุ่มออกมานำเสนอนิทาน



วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2555

นิทรรศการเตรียมความพร้อมเข้าสู่อาเซียน


โครงการศึกษาศาสตร์ 


(คุณภาพการศึกษาไทยก้าวไกลสู่ประชาคมอาเซียน)


คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม


ระหว่างวันที่ 6-7 กันยายน พ.ศ. 2555





นิทรรศการเตรียมความพร้อม
เข้าสู่อาเซียน



 ในสภาวะแห่งยุคทุนนิยม ที่เศรษฐกิจเป็นตัวขับเคลื่อนและผลักดันให้ประเทศต่าง ๆ ก้าวรุดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ประกอบกับประเทศต่าง ๆ นั้นอยู่รวมกันเป็นสังคมโลก ไม่สามารถอยู่โดดเดี่ยวเดียวดายได้ จึงต้องมีการรวมตัวกันของประเทศในแต่ละภูมิภาคเพื่อเพิ่มอำนาจในการต่อรองและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีระหว่างประเทศ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ร่วมและพัฒนาประเทศในภูมิภาคไปพร้อม ๆ กัน ด้วยเหตุนี้ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือ อาเซียน จึงได้มีข้อตกลงให้อาเซียนรวมตัวเป็นชุมชนหรือประชาคมเดียวกันให้สำเร็จภายในปี พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015)
 
แต่ก่อนที่เราจะมาดูเนื้อหาสาระของการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนนี้ เราจะมาย้อนดูกันรวมตัวกันของประเทศในอาเซียนว่ามีการรวมตัวกันได้อย่างไร จนมาเป็นอาเซียนในปัจจุบัน 

โดยอาเซียนหรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  (ASEAN : The Association of South East Asian Nations) ได้ก่อตั้งเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2510 โดยประเทศผู้ก่อตั้งอาเซียน คือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์
 ต่อมาในปีพ.ศ.2527 บรูไน ดารุสซาลาม ได้เข้ามาเป็นสมาชิก ตามด้วยเวียดนามเข้ามาเป็นสมาชิกเมื่อ พ.ศ. 2538  ขณะที่พม่าและลาวเข้ามาเป็นสมาชิกใน พ.ศ.2540 และประเทศสุดท้ายคือกัมพูชา เข้าเป็นสมาชิกอาเซียน เมื่อ พ.ศ. 2542  ปัจจุบันอาเซียนมีประเทศสมาชิกทั้งหมด 10 ประเทศ

  รู้จัก 10 ประเทศอาเซียน 
บรูไน
1.บรูไนดารุสซาลาม (Brunei Darussalam) 
ประเทศบรูไน มีชื่อเป็นทางการว่า "เนการาบรูไนดารุสซาลาม" มีเมือง "บันดาร์เสรีเบกาวัน" เป็นเมืองหลวง ถือเป็นประเทศที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก เพราะมีพื้นที่ประมาณ 5,765 ตารางกิโลเมตร ปกครองด้วยระบบสมบูรณาญาสิทธิราช โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีประชากร 381,371 คน (ข้อมูลปี พ.ศ.2550) โดยประชากรเกือบ 70% นับถือศาสนาอิสลาม และใช้ภาษามาเลย์เป็นภาษาราชการ


กัมพูชา
2.ราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Cambodia)
เมืองหลวงคือ กรุงพนมเปญ เป็นประเทศที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศไทยทางทิศเหนือ และทิศตะวันตก มีพื้นที่ 181,035 ตารางกิโลเมตร หรือขนาดประมาณ 1 ใน 3 ของประเทศไทย มีประชากร 14 ล้านคน (ข้อมูลปี พ.ศ.2550) โดยประชากรกว่า 80% อาศัยอยู่ในชนบท 95% นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท ใช้ภาษาเขมรเป็นภาษาราชการ แต่ก็มีหลายคนที่พูดภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และเวียดนามได้
อินโดนีเซีย
3.สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia)
เมืองหลวงคือ จาการ์ตา ถือเป็นประเทศหมู่เกาะขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีพื้นที่ 1,919,440 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรมากถึง 240 ล้านคน (ข้อมูลปี พ.ศ.2553) โดย 61% อาศัยอยู่บนเกาะชวา ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม และใช้ภาษา Bahasa Indonesia เป็นภาษาราชการ


ลาว
4.สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) (The Lao People's Democratic Republic of Lao PDR)
เมืองหลวงคือ เวียงจันทน์ ติดต่อกับประเทศไทยทางทิศตะวันตก โดยประเทศลาวมีพื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่งของประเทศไทย คือ 236,800 ตารางกิโลเมตร พื้นที่กว่า 90% เป็นภูเขาและที่ราบสูง และไม่มีพื้นที่ส่วนใดติดทะเล ปัจจุบัน ปกครองด้วยระบอบสังคมนิยม โดยมีประชากร 6.4 ล้านคน ใช้ภาษาลาวเป็นภาษาหลัก แต่ก็มีคนที่พูดภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศสได้ ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ 
มาเลเซีย
5.ประเทศมาเลเซีย (Malaysia)
เมืองหลวงคือ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในเขตศูนย์สูตร แบ่งเป็นมาเลเซียตะวันตกบคาบสมุทรมลายู และมาเลเซียตะวันออก ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว ทั้งประเทศมีพื้นที่ 329,758 ตารางกิโลเมตร จำนวนประชากร 26.24 ล้านคน นับถือศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ ใช้ภาษา Bahasa Melayu เป็นภาษาราชการ

ฟิลิปปินส์
6.สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (Republic of the Philippines)
เมืองหลวงคือ กรุงมะนิลา ประกอบด้วยเกาะขนาดต่าง ๆ รวม 7,107 เกาะ โดยมีพื้นที่ดิน 298.170 ตารางกิโลเมตร มีประชากร 92 ล้านคน (ข้อมูลปี พ.ศ.2553) ส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ และเป็นประเทศที่มีประชากรนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกเป็นอันดับ 4 ของโลก มีการใช้ภาษาในประเทศมากถึง 170 ภาษา แต่ใช้ภาษาอังกฤษ และภาษาตากาลอก เป็นภาษาราชการ

สิงคโปร์
7.สาธารณรัฐสิงคโปร์ (The Republic of Singapore)
เมืองหลวงคือ กรุงสิงคโปร์ ตั้งอยู่บนตำแหน่งยุทธศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางคมนาคมทางเรือของอาเซียน จึงเป็นประเทศที่มีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจมากที่สุดในย่านนี้ แม้จะมีพื้นที่ราว 699 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น มีประชากร 4.48 ล้านคน ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางการ แต่มีภาษามาเลย์เป็นภาษาประจำชาติ ปัจจุบันใช้การปกครองแบบสาธารณรัฐ (ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีสภาเดียว)

ประเทศไทย
8.ราชอาณาจักรไทย (Kingdom of Thailand)
เมืองหลวงคือกรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ 513,115.02 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย 77 จังหวัด มีประชากร 65.4 ล้านคน (ข้อมูลปี พ.ศ.2553) ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ และใช้ภาษาไทยเป็นภาษาราชการ ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นองค์ประมุขของประเทศ
  

เวียดนาม
9.สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (The Socialist Republic of Vietnam)
เมืองหลวงคือ กรุงฮานอย มีพื้นที่ 331,689 ตารางกิโลเมตร จากการสำรวจถึงเมื่อปี พ.ศ.2553 มีประชากรประมาณ 88 ล้านคน ประมาณ 25% อาศัยอยู่ในเขตเมือง ส่วนใหญ่ร้อยละ 70 นับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน ที่เหลือนับถือศาสนาคริสต์ ปัจจุบัน ปกครองด้วยระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ 

ประเทศพม่า
10.สหภาพพม่า (Union of Myanmar)
มีเมืองหลวงคือ เนปิดอว ติดต่อกับประเทศไทยทางทิศตะวันออก โดยทั้งประเทศมีพื้นที่ประมาณ 678,500 ตารางกิโลเมตร ประชากร 48 ล้านคน กว่า 90% นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท หรือหินยาน และใช้ภาษาพม่าเป็นภาษาราชการ 


ตลอดระยะเวลา 44 ปีที่ผ่านมา อาเซียนได้เกิดความร่วมมือ รวมทั้งมีการวางกรอบความร่วมมือ เพื่อสร้างความเข็มแข็ง รวมถึงความมั่นคงของประเทศสมาชิกทั้งด้านความมั่นคงเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม และในปี พ.ศ. 2558 อาเซียนได้วางแนวทางก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์ ภายใต้คำขวัญคือ  "หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งเอกลักษณ์ หนึ่งประชาคม" (One Vision, One Identity, One Community) โดยมุ่งเน้นไปที่ 3 ประชาคม คือ ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน(ASEAN Political Security Community : APSC)  ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community : ASCC)
โดยเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2552 ผู้นำอาเซียนได้ลงนามรับรองปฏิญญาชะอำ หัวหิน ว่าด้วยแผนงานจัดตั้งประชาคมอาเซียน (ค.ศ. 2009-2015) เพื่อจัดตั้งประชาคมอาเซียนภายในปี 2558 ซึ่งประชาคมอาเซียนประกอบด้วยเสาหลัก 3 เสา ดังต่อไปนี้
 1.ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน  (ASEAN Security Community – ASC) มุ่งให้ประเทศในภูมิภาคอยู่ร่วมกันอย่างสันติ มีระบบแก้ไขความขัดแย้ง ระหว่างกันได้ด้วยดี มีเสถียรภาพอย่างรอบด้าน มีกรอบความร่วมมือเพื่อรับมือกับภัยคุกคามความมั่นคงทั้งรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยและมั่นคง
 2.ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community – AEC) มุ่งให้เกิดการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจ และการอำนวยความสะดวกในการติดต่อค้าขายระหว่างกัน อันจะทำให้ภูมิภาคมีความเจริญมั่งคั่ง และสามารถแข่งขันกับภูมิภาคอื่น ๆ ได้เพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชนในประเทศอาเซียน โดย
  มุ่งให้เกิดการไหลเวียนอย่างเสรีของ สินค้า บริการ การลงทุน เงินทุน การพัฒนาทางเศรษฐกิจ และการลดปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำทางสังคมภายในปี 2020
  ทําให้อาเซียนเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว (single market and production base)
  ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศสมาชิกใหม่ของอาเซียนเพื่อลดช่องว่างการพัฒนาและช่วยให้ประเทศเหล่านี้เข้าร่วมกระบวนการรวมตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียน
  ส่งเสริมความร่วมมือในนโยบายการเงินและเศรษฐกิจมหภาคตลาดการเงินและตลาดทุน การปะกันภัยและภาษีอากร การพัฒนาโครงสร้างพิ้นฐานและการคมนาคม พัฒนาความร่วมมือด้านกฎหมาย การเกษตร พลังงาน การท่องเที่ยว การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยการยกระดับการศึกษาและการพัฒนาฝีมือแรงงาน
กลุ่มสินค้าและบริการนำร่องที่สำคัญ ที่จะเกิดการรวมกลุ่มกัน คือ สินค้าเกษตร / สินค้าประมง / ผลิตภัณฑ์ไม้ / ผลิตภัณฑ์ยาง / สิ่งทอ / ยานยนต์ /อิเล็กทรอนิกส์ / เทคโนโลยีสารสนเทศ (e-ASEAN) / การบริการด้านสุขภาพ, ท่องเที่ยวและการขนส่งทางอากาศ (การบิน) กำหนดให้ปี พ.ศ. 2558 เป็นปีที่เริ่มรวมตัวกันอย่างเป็นทางการ โดยผ่อนปรนให้กับประเทศ ลาว กัมพูชา พม่า และเวียตนาม สำหรับประเทศไทยได้รับมอบหมายให้ทำ Roadmap ทางด้านท่องเที่ยวและการขนส่งทางอากาศ (การบิน)

ความร่วมมือ

 3.ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community – ASCC) เพื่อให้ประชาชนแต่ละประเทศอาเซียนอยู่ร่วมกันภายใต้แนวคิดสังคมที่เอื้ออาทร มีสวัสดิการทางสังคมที่ดี และมีความมั่นคงทางสังคม
สำหรับการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนนั้น ประเทศไทยในฐานะที่เป็นผู้นำในการก่อตั้งสมาคมอาเซียน มีศักยภาพในการเป็นแกนนำในการสร้างประชาคมอาเซียนให้เข้มแข็ง จึงได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นประชาอาเซียน โดยจะมุ่งเน้นเรื่องการศึกษา ซึ่งจัดอยู่ในประชาคมสังคมและวัฒนธรรม ที่จะมีบทบาทสำคัญที่จะส่งเสริมให้ประชาคมด้านอื่น ๆ ให้มีความเข้มแข็ง เนื่องจากการศึกษาเป็นรากฐานของการพัฒนาในทุก ๆ ด้าน และจะมีการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านอาเซียนศึกษา เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนด้วยการศึกษา ด้วยการสร้างความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับเพื่อนบ้านในกลุ่มประเทศอาเซียน ความแตกต่างทางด้านชาติพันธุ์ หลักสิทธิมนุษยชน ตลอดจนการส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศเพื่อพัฒนาการติดต่อสื่อสารระหว่างกันในประชาคมอาเซียน


วันพุธที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2555

งานวิจัย


การพัฒนาความสามารถทางภาษาของเด็กปฐมวัยโดยใช้รูปแบการสอนภาษาแบบธรรมชาติในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จังหวัดบุรีรัมย์

The Development Of Early Childhood Language Acquisition Using Whole Language Instructional Model In The Early Childhood Center, Buriram









วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2555

บันทึกการเรียนครั้งที่ 12


วิชาการจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย (EAED2203)

วันที่ 31  สิงหาคม  2555

กลุ่มเรียน122    เวลา14.10-17.30น.

เนื้อหาที่เรียน


-อาจาย์ให้แต่ละกลุ่มนำเสนอเพลง
กลุ่มข้าพเจ้านำเสนอ เพลงเดิน  เดิน  เดิน




-อาจารย์ก็ได้ให้แต่ละกลุ่มคิดคำขวัญเลิกเหล้า

คำขวัญของกลุ่มดิฉันคือ เลิกเหล้า หมดทุกข์ ครอบครัวเป็นสุข 

** จากนั้นมีการเติมคำให้น่าสนใจลงไป  
โปรด! เลิกเหล้า หมดทุกข์ ครอบครัวเป็นสุข 
สรุปกะบวนการคิดคำขวัญ เลิกเหล้า


บรรยากาศในการเรียน

-เพื่อนตั้งใจฟังเพื่อนๆแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอเพลงและเพื่อนๆในห้องช่วยกันร้องเพลงของแต่ละกลุ่มที่ออกไปนำเสนอหน้าชั้นเรียนได้เป็นอย่างดี


การนำสิ่งที่ได้รับไปปรับใช้

-ได้รู้วิธีการแต่งเพลงสำหรับเด็กที่ถูกต้อง ซึ่งการแต่งเพลงต้องมีจังหวะ เพื่อนำไปปรับใช้ในอนาคตได้




วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ดนตรีเพื่อผ่อนคลายหรือสร้างแรงจูงใจ









ดนตรีเพื่อผ่อนคลายหรือสร้างแรงจูงใจ

“ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก” ประโยคนี้เชื่อว่าคุณครูหลายท่านคงเคยได้ยินมาแล้ว เพียงแต่จะมีคุณครูท่านไหนที่รู้ถึงความสำคัญและเล็งเห็นประโยชน์ของดนตรีนี้ว่า สามารถช่วยกระตุ้นและพัฒนาสมองของเด็ก ๆ ให้พร้อมเปิดรับการทำกิจกรรมต่าง ๆ

ดนตรีทุกประเภทที่เราได้ฟังนั้นจะมีส่วนช่วยทำให้อารมณ์เปลี่ยนแปลงไปไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เพราะดนตรีจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงสารเคมีในสมองและร่างกาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งข้อมูลที่อยู่ในรูปของไฟฟ้าเคมีผ่านเครือข่ายระบบประสาท หมายความว่า ดนตรีบางประเภทสามารถเตรียมสมองให้พร้อมสำหรับทำงานได้ในระดับหนึ่ง ตัวอย่างเช่น เพลงของโมสาร์ตมีผลต่อทางเดินไฟฟ้าเคมีในสมอง จึงช่วยให้สามารถทำงานประเภทที่ต้องคิดอย่างมีเหตุมีผลได้ดี

นอกจากนี้ดนตรียังทำให้ปริมาณสารความเครียดในสมองเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ด้วย อย่างเช่น เพลงบรรเลงที่เล่นด้วยจังหวะเคาะประมาณหกสิบครั้งต่อนาทีนั้นจะทำให้หัวใจเต้นช้าลง และช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ซึ่งผลที่เกิดขึ้นจะขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมและรสนิยมการฟังดนตรีของแต่ละบุคคล

ดนตรีที่เอื้อต่อการเรียนรู้ คือ ดนตรีที่บรรเลงที่ช่วยให้นักเรียนผ่อนคลายในขณะที่จดจ่อกับเนื้อหาวิชาดนตรีประเภทนี้ไม่ได้ทำให้นักเรียนเกิดความบันเทิง แต่ช่วยบำรุงรักษาสมาธิในการเรียนและการทำงาน ดังนั้น ถ้าคุณครูพิถีพิถันกับการเลือกดนตรีก็จะได้รับผลที่น่าพึงพอใจ เพราะนักเรียนมีความพร้อมที่จะทำกิจกรรมและมีสมาธิมากยิ่งขึ้น เพลงไหนเล่นด้วยเครื่องดนตรีมากชิ้น จังหวะช้า และเคาะเป็นจังหวะสม่ำเสมอก็จะยิ่งมีประโยชน์มากขึ้น เสียงดนตรีที่เล่นคลอเนื้อเรื่องมีผลต่อการทำงานของร่างกาย ยิ่งจังหวะเร็วเท่าไร ร่างกายก็จะยิ่งตื่นตัวมากเท่านั้น ในทางกลับกัน ยิ่งจังหวะช้าลง ร่างกายก็จะยิ่งผ่อนคลาย ซึ่งจะช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการแยกแยะและกระบวนการจำในขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ ในห้องเรียน เสียงดนตรีที่เหมาะกับการเต้นของหัวใจ (หนึ่งเคาะต่อวินาที) จะช่วยสร้างสภาวะ “ฝันกลางวัน” และทำให้ร่างกาย “ผ่อนคลาย” ส่วนดนตรีที่มีมากกว่าหนึ่งเสียงและมีจังหวะช้าจะช่วยให้สมองตื่นตัวและมีสมาธิในเวลาเดียวกัน ดนตรีที่แต่งเรียบเรียงเป็นอย่างดี สามารถกำหนดสภาวะร่างกายและสมองของนักเรียนในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้


เรียบเรียงจาก คู่มือครูสำหรับเสริมสร้างสมองของเด็กวัยเรียน เขียนโดย คริสทีน วอร์ด สำนักพิมพ์ แฮปปี้ แฟมิลี่ บริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์ จำกัด



วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2555

อบรมการทำสิ่งประดิษฐ์จากกระดาษสี


การทำดอกไม้ในรูปแบบต่างๆ




ผลงานของดิฉัน โดยมีเพื่อนๆในกลุ่มช่วยกันทำ


ประโยชน์ที่ได้รับจากการอบรมในครั้งนี้

การอบรมในครั้งนี้ทำให้เรารู้จักสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ด้วยตัวของเราเอง  ทำให้เวลาที่เราต้องการที่จะจัดบอร์ดแต่ละครั้งส่วนใหญ่แทนที่เราจะซื้อดอกไม้มาจัด   ซึ่งราคาค่อนข้างแพง    แต่หลังจากการอบรมครั้งนี้ไปแล้ว จะทำให้่เราสามารถประดิษฐ์ดอกไม้ได้ด้วยตนเอง  วิธีการทำดอกไม้เป็นวิธีการทำที่ง่ายๆและยังสามารถเรียนรู้การประดิษฐ์ดอกไม้ในรูปแบบต่างๆได้ด้วยตนเอง อีกทั้งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในกิจกรรมอื่นๆได้อีกด้วย