นางสาวฐาทินี ศรีจันทร์ 5411200370 เลขที่ 2 คณะศึกษาศาสตร์ เอกการศึกษาปฐมวัย

วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2555

บันทึกการเรียนครั้งที่ 11


วิชาการจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย (EAED2203)

วันที่ 24  สิงหาคม  2555

กลุ่มเรียน122    เวลา14.10-17.30น.

เนื้อหาที่เรียน


-วันนี้อาจารย์เปิดเพลงเกาะสมุยให้ฟัง แล้วให้นักศึกษาวิเคราะห์ว่าเนื้อหาในเพลงนั้นกล่าวถึงอะไร วัตถุประสงค์ของเพลงคืออะไร และฟังแล้วรู้สึกอย่างไร 




เนื้อเพลงเกาะสมุย

ดิฟ โอ ซี (Deep O Sea)
* ที่เกาะสมุยมันมีอะไร
ที่ทำให้คุณนั้นต้องอยากไป ที่ทำให้คุณนั้นต้องติดใจมาชวนผม 

Do you want to know bout' paradise?
This time is really hard to find
Sunshine is brighting all the time at Koh Samui

** เป็นแค่เพียงเกาะนึงอยู่เคียงด้ามขวานทะเลอ่าวไทย
หาดทรายก็สวยไม่เป็นรองใคร เกาะบ้านผม

มีแค่เพียงต้นพร้าวและลิงทะโมนที่ซนว่องไว 
แต่ลิงบ้านผมมันดังกว่าใครเรื่องขึ้นพร้าว ฮ่ะฮาฮา 

*** แต่ทำไมใครต่อใครจึงอยากให้ผมพาไป 
นี่มันมีดีอะไรที่บ้านผม นา นา นา นา นา 

( ซ้ำ * )

ก็เป็นแค่เพียงเกาะนึงอยู่ไกลโพ้นท้องทะเลออกไป 
แต่มีผู้คนที่มีน้ำใจจนเปี่ยมล้น 

คนไทยคนฝรั่งอยากไปบนเกาะทุกแห่งทุกหน 
ก็ตกลงพาไปทุกคนให้สมใจ 

( ซ้ำ ***, * )

โนเค โนเค นานานา โนเค โนเค โนเค นานานา โนเค โนเค โนเค นานานา
 โนเค โนเค โนเค นานานา   โนเค ฮ่ะฮา

ก็จะพาคุณไปหาดเชวงที่มีผู้คนครื้นเครงไม่เคยได้นอนหลับไหล 
C.H.A.W.E.N.G If you wanna see the color of night life.
ก็จะคุณนั้นไปดูหินที่เกาะสมุยของเราก็มีหินตาหินยาย
(ladies and gentlemen 
Ladies and gentlemen let's see what happen at Hinta Hinyai )
ก็จะพาคุณนั้นไปดูควายที่เกาะสมุยของเรานั้นก็มีควายชน
If you need an exciting, a buffy fighting won't be a wasted time

เปิดประทุนพาไปบนถนนล้อเลี้ยววิ่งวนบนถนนรอบเกาะ

ไปกินเงาะ ทุเรียน ลางสาด น้ำมะพร้าว ซีฟู้ด มังคุดที่มันอร่อยสุดสุดถ้าหากว่าคุณนั้นชอบ

เธอรบเร้ามานานอยากไปกับผมสองคน ก็เธอคงเกินจะทนเลยชวนผม 

( ซ้ำ *, * )



-อาจารย์ให้ดูการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัยโดยใช้วรรณกรรมเป็นฐาน
เรื่องช้างน้อยอัลเฟรด



นิทานเรื่องช้างน้อยอัลเฟรด


images/stories/alf34.jpg


เรื่องย่อ

อัลเฟรดเป็นช้างที่มีงวงยาวมากอัลเฟรดรู้สึกอายที่ตนเองมีงวงยาวกว่าช้างตัวอื่นๆ จึงพยายามซ่อนงวงของตนวัน หนึ่งอัลเฟรดได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ติดอยู่บนกระดานลื่น อัลเฟรดได้ใช้งวงช่วยเด็กผู้หญิงลงมา สัตว์อื่นๆ พากันชื่นชมอัลเฟรด ตั้งแต่นั้นมาอัลเฟรดก็อยู่อย่างมีความสุขแม้ว่าตนเองจะไม่เหมือนใคร

แนวคิดสำคัญ


แม้ว่าเด็กๆ จะแตกต่างจากคนอื่น เด็กๆ ก็สามารถอยู่อย่างมีความสุขได้



การช่วยเหลือผู้อื่นเป็นสิ่งที่ดีที่เด็กๆ ควรปฏิบัติอยู่เสมอ



เด็กๆ ควรขอบคุณผู้ให้ความช่วยเหลือ











หลังจากที่ครูเล่าเรื่อง "ช้างน้อยอัลเฟรด" ให้เด็กฟังแล้ว เด็กๆ ผลัดเปลี่ยนกันออกมาเล่าเรื่องให้เพื่อนๆ ฟัง ทั้งการเล่าเรื่องจากหนังสือนิทาน และเล่าเรื่องโดยการเรียงลำดับภาพเหตุการณ์จากนิทาน กิจกรรมนี้เป็นการส่งเสริมความสามารถในการจับใจความจากการดูภาพและฟังเรื่องราว เด็กได้ฝึกแปลความ ตีความ คาดคะเนตรวจสอบความเข้าใจของตนเอง และเก็บประเด็นสำคัญ แล้วผสมผสานสิ่งที่ฟังเป็นเรื่องราว แล้วพูดถ่ายทอดความหมายให้ผู้อื่นเข้าใจ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการอ่าน




เด็กๆ แสดงละครสร้างสรรค์เรื่อง "ช้างน้อยอัลเฟรด" โดยครูช่วยเล่าเรื่องเด็กๆ พูดและแสดงบทบาทตามความรู้สึกของตนเอง เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับการเลือกสัญลักษณ์ที่เหมาะสมในการนำเสนอความคิดด้วยสีหน้า ท่าทาง และคำพูดให้เหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจ







เด็กๆ ช่วยกันประดิษฐ์ช้างน้อยอัลเฟรด ซึ่งทำให้เด็กรู้จักการทำงานตามลำดับขั้นตอนตั้งแต่ฉีกกระดาษ ทากาว ปะกระดาษบนกล่อง นำฟองน้ำจุ่มสีมาปั๊มที่ตัวช้าง ติดขา ติดงวง ติดหาง ทาสีเพิ่มเติม และติดตา เด็กๆ ได้ทำงานแบบร่วมมือ มีความคิดในเรื่องของการประดิษฐ์ของเล่นด้วยตนเอง รวมทั้งมีโอกาสได้ชื่นชมและสร้างสรรค์สิ่งสวยงาม


เด็กๆ เล่นเกมจับคู่ช้างที่เหมือนกัน เด็กๆ สนุกกับการสังเกตความเหมือนและความต่างของภาพ และตามหาเพื่อนที่ได้รูปช้างรูปเดียวกัน







เด็กๆ ประดิษฐ์ช้างด้วยการบีบกาวตามแนวเส้น แล้วนำทรายสีมาโรย เด็กๆฝึกการประสานสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อเล็กและได้เรียนรู้ว่าทรายติดอยู่เฉพาะส่วนที่มีกาวเท่านั้น









เรื่องของช้างน้อยอัลเฟรดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในสวนสัตว์การไปทัศนศึกษาที่สวนสัตว์ดุสิตจึงทำให้เด็กได้เชื่อมโยงเรื่องราวในนิทานกับสถานที่จริง ได้สังเกตช้างอย่างใกล้ชิด ได้ให้อาหารช้างเห็นรูปจำลองช้างหลายรูปแบบรวมทั้งได้เล่นกระดานลื่นเหมือนในนิทานด้วย






เด็กๆ ทำท่าทางประกอบเพลงช้างน้อยอัลเฟรด กิจกรรมนี้ทำให้เด็กๆ ได้เคลื่อนไหวร่างกายอย่างสนุกสนาน ฝึกการทรงตัว และการประสานสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อใหญ่



บรรยายกาศในการเรียน

-เพื่อนๆตั้งใจฟังอาจารย์สอน  แต่มีตอนช่วงแรกที่ฟังเพลงเกาะสมุยอยู่นั้นมีการคุยกันทำให้อาจารย์ได้ตักเตือนนักศึกษา

การนำสิ่งที่ได้รับไปปรับใช้

-ได้รู้จักเกาะสมุยมากยิ่งขึ้น  สามารถแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้คนอื่นได้มากขึ้นจากการเรียนรู้เพลงเกาะสมุยในวันนี้


วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2555

บันทึกการเรียนครั้งที่10 (เรียนชดเชย)


วิชาการจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย (EAED2203)

วันที่  19 สิงหาคม  2555

กลุ่มเรียน122    เวลา14.10-17.30น.

เนื้อหาที่เรียน






 -อาจารย์ให้นักศึกษาหยิบสิ่งของที่ติดตัวขึ้นมา 1 อย่าง โดยเลือกมาจากที่นักศึกษาชอบมากที่สุดแล้วบอกเหตุผลว่าทำไมถึงชอบสิ่งของชิ้นนี้



โทรศัพท์มือถือ


เหตุผลที่เลือกโทรศัพท์มือถือ เพราะ โทรศัพท์มือถือมีความสำคัญที่ใช้ในการติดต่อกับคอบครัวและแม่เป็นคนซื้อให้




-อาจารย์ให้นักศึกษาทุกคนหาสิ่งของที่ติดตัวหรือมีอยู่เลือกมา 1 อย่าง แล้วให้นักศึกษาโฆษณาของชิ้นนั้น





ยาดม

ข้าพเจ้าโฆษณาว่า "ยาดม  แก้เวียนหัว   ใช้ได้ทุกที่   ทุกเวลา   หอมชื่นใจ   ทุกครั้งที่ดม"






-อาจารย์ให้นักศึกษาวาดภาพแทนคำอธิบาย   เช่น  วาดรูปไข่+รูปดาว =ไข่ดาว






ข้าพเจ้าวาดรูป  นก+  เป็ด +น้ำ = นกเป็ดน้ำ



-อาจารย์ให้นักศึกษาแต่ละคนวาดภาพตามใจชอบ แล้วให้นักศึกษาแต่ละแถวออกมาหน้าชั้นเรียนแล้วอธิบายรูปที่วาดให้เป็นเรื่องราวตามจินตนาการของตนเอง  โดยต้องมีเรื่องราวของเพื่อนในแถวด้วย





ข้าพเจ้าวาดรูปผีเสื้อ


-อาจารย์แบ่งกลุ่มนักศึกษาออกเป็น 2 กลุ่ม โดยให้นักศึกษากลุ่มแรกเป็นฝ่ายอ่านข่าว ส่วนอีกกลุ่มเป็นประชาสัมพันธ์


-อาจารย์ให้นักศึกษาบอกชื่อตัวเองพร้อมทำท่าประกอบและให้นักศึกษาบอกชื่อเพื่อนทางขวามือแล้วทำท่าประกอบของเพื่อน

                                     
บรรยายกาศในการเรียน

-มีกิจกรรมให้นักศึกษาคิดและแสดงออกทั้งคาบ  ทำให้การเรียนในวันนี้สนุกสนาน   เพื่อนๆทำกิจกรรมตามที่อาจารย์สอนได้เป็นอย่างดี


การนำสิ่งที่ได้รับไปปรับใช้

-ได้รับความรู้เรื่องการคิดวิเคราะห์    เพื่อนำไปพัฒนาตนเองได้




วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2555

บันทึกการเรียนครั้งที่ 10



วิชาการจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย (EAED2203)

วันที่ 17  สิงหาคม  2555

กลุ่มเรียน122    เวลา14.10-17.30น.

เนื้อหาที่เรียน

 -ไม่มีการเรียนการสอน  แต่ให้นักศึกษามาเรียนชดเชยในวันที่  19  สิงหาคม  2555  เวลา 13.00น.
ที่ห้อง223



วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สื่อปฎิทิน




 การใช้ภาษาของเด็กปฐมวัยเป็นการใช้ภาษาด้วยวาจา สัญลักษณ์มากกว่าการพูดและเขียน เด็กมีภาษาและวิธีการของเด็ก  การสอนภาษาเด็กต้องเริ่มจากสิ่งที่เด็กสามารถสื่อได้มากที่สุดก่อน เด็กจึงจะสามารถพัฒนาทักษะภาษาได้ตามลำดับ  ซึ่งสื่อปฎิทินนี้จะช่วยสอนให้เด็กรู้จักอ่านอักษรด้วยคำที่ง่ายๆ  ช่วยให้เด็กได้ฝึกการอ่านและการออกเสียงไปด้วย




วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555

บันทึกการเรียนครั้งที่ 9


วิชาการจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย (EAED2203)

วันที่ 10  สิงหาคม  2555

กลุ่มเรียน122    เวลา14.10-17.30น.

เนื้อหาที่เรียน

-อาจารย์สั่งงานให้ทำสื่อในรูปแบบปฎิทินเป็นงานกลุ่ม  (กลุ่มละ 3 คน) เพื่อนำไปเป็นสื่อให้กับเด็กๆ

อักษรสูง      : ง  ญ  น  ย  ร  ว  ม  ล  
อักษรกลาง : ก  จ  ด  ต  บ  ป  อ  
อักษรต่ำ      : ศ ฐ  ข  ส  ฝ  ถ  ผ  ห   ฉ 
สระ              : อะ   อา/อิ  อี/อุ  อู/เอะ  เอ/แอะ  แอ/โอะ  โอ








วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2555

บันทึกการเรียนครั้งที่ 8


วิชาการจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย (EAED2203)

วันที่ 3  สิงหาคม  2555

กลุ่มเรียน122    เวลา14.10-17.30น.

เนื้อหาที่เรียน

 -ไม่มีการเรียนการสอน  เนื่องจากเป็นวันเข้าพรรษา



พระ
เทศกาลเข้าพรรษาก็กลับมาอีกครั้ง ซึ่งเป็นเทศกาลที่มีความสำคัญต่อพระสงฆ์มากทีเดียว โดยเป็นช่วงเวลาที่พระสงฆ์ต้องจำพรรษาอยู่ ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ไม่สามารถเดินทางไปไหนได้

เพราะ "เข้าพรรษา" ที่แปลว่า "พักฝน" คือ วันที่พระสงฆ์อธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ตลอดระยะเวลาฤดูฝนที่มีกำหนดเวลา 3 เดือน ตามพระธรรมวินัยบัญญัติ โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่นซึ่งจะเรียกกันว่า "จำพรรษา" โดยคำว่า "จำ" แปลว่า "อยู่" ส่วนคำว่า "พรรษา" แปลว่า "ฤดูฝน" จะเริ่มนับตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 จนมาสิ้นสุดในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ซึ่งสามารถแบ่งการเข้าพรรษาได้เป็น 2 ประเภท 
1. ปุริมพรรษา คือ การเข้าพรรษาแรก เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หลังจากออกพรรษาแล้ว พระที่อยู่จำพรรษาครบ 3 เดือน ก็มีสิทธิที่จะรับกฐิน ซึ่งมีช่วงเวลาเพียงหนึ่งเดือน นับตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12

2. ปัจฉิมพรรษา คือ การเข้าพรรษาหลัง ใช้ในกรณีที่พระภิกษุต้องเดินทางไกล หรือมีเหตุสุดวิสัย ทำให้กลับมาเข้าพรรษาแรกในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ไม่ทัน ต้องรอไปเข้าพรรษาหลัง คือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 9 แล้วจะไปออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ซึ่งเป็นวันหมดเขตทอดกฐินพอดี ดังนั้นพระภิกษุที่เข้าปัจฉิมพรรษาจึงไม่มีโอกาสได้รับกฐิน แต่ก็ได้พรรษาเช่นเดียวกับพระที่เข้าปุริมพรรษาเหมือนกัน

          ส่วนสาเหตุของวันเข้าพรรษานั้นเกิดจาก ในสมัยพุทธกาลพระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงบัญญัติพระวินัยให้พระสงฆ์อยู่ประจำพรรษา เหล่าภิกษุสงฆ์จึงต่างพากันออกเดินทางเผยแผ่พระพุทธศาสนา ตามที่ต่างๆ โดยไม่ย่อท้อทั้งในฤดูหนาว ฤดูร้อน และฤดูฝน ซึ่งการไม่หยุดพักแม้กระทั่งในฤดูฝน จึงทำให้เกิดเสียงติเตียนจากชาวบ้านว่าอาจจะไปเหยียบย่ำข้าวกล้าและพืชพันธุ์อื่นๆ ของชาวบ้านจนเสียหาย หรืออาจไปเหยียบย่ำโดนสัตว์เล็กสัตว์น้อยที่ออกหากินเข้าได้ เมื่อพระพุทธเจ้าทราบเรื่อง จึงได้วางระเบียบให้ภิกษุประจำอยู่ที่วัดเป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งพระสงฆ์ที่เข้าจำพรรษาแล้วจะไปค้างแรมที่อื่นไม่ได้ แต่ถ้าหากเดินทางออกไปแล้วและไม่สามารถกลับมาในช่วงเวลาที่กำหนด คือ ก่อนรุ่งสาง ก็จะถือว่าพระภิกษุรูปนั้น "ขาดพรรษา"

แต่หากมีกรณีจำเป็นบางอย่าง พระภิกษุผู้จำพรรษาสามารถไปค้างที่อื่นได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการขาดพรรษา แต่จะต้องกลับมาภายในระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน ซึ่งจะเรียกว่า "สัตตาหกรณียะ" เช่นกรณีดังต่อไปนี้

           1. เมื่อทายกหรือทายิกา ปราถนาจะบำเพ็ญกุศล เมื่อมานิมนต์ก็ให้ไปเพื่อรักษาศรัทธาได้
           2. ถ้าสงฆ์ ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่งเกิดอธิกรณ์ขึ้น ก็ให้ไปเพื่อระงับอธิกรณ์ได้
           3. ถ้าบิดา มารดา ญาติ พี่น้อง พระอุปัชฌาย์ อาจารย์ เป็นไข้ เมื่อทราบก็ให้ไปได้
           4. พระวิหารในที่แห่งอื่นเกิดชำรุดเสียหาย ให้ไปหาสิ่งของเพื่อมาปฏิสังขรพระวิหารนั้นได้
           5. เมื่อถูกสัตว์ร้ายรบกวน ถูกโจรปล้น พระวิหารถูกไฟไหม้ หรือถูกน้ำท่วม ก็ให้ไปจากที่นั้นได้
           6. เมื่อชาวบ้านถูกโจรปล้น อพยพหนีไป ก็ให้ไปกับพวกชาวบ้านได้ โดยให้ไปกับชาวบ้านที่มีความเลื่อมใสศรัทธาสามารถที่จะให้ความอุปถัมภ์ได้
           7. เมื่อที่ใดเกิดความขาดแคลน อาหารหรือยารักษาโรค ขาดผู้อุปถัมภ์บำรุง ได้รับความลำบากก็อนุญาตให้ไปจากที่นั้นได้
           8. ถ้าหากมีผู้เอาทรัพย์มาล่อ ก็อนุญาตให้ไปจากที่นั้นได้
           9. หากภิกษุสงฆ์หรือภิกษุณีสงฆ์แตกกัน หรือมีผู้พยายามจะให้แตกกัน ถ้าการไปจากที่นั้นสามารถระงับการแตกกันได้ ก็อนุญาตให้ไปได้

อีกทั้งในวันเข้าพรรษานั้นถือว่าเป็นกรณียกิจพิเศษสำหรับพระภิกษุสงฆ์ โดยจะมีการประชุมกันในพระอุโบสถ ไหว้พระสวดมนต์ ขอขมาซึ่งกันและกัน เสร็จแล้วก็ประกอบพิธีเข้าพรรษา ภิกษุจะอธิษฐานในใจตนเองว่าตลอดฤดูกาลเข้าพรรษานี้ตนเองจะไม่ไปไหน ด้วยการเปล่งวาจาว่า

อิมสฺมึ อาวาเส อิมํ เตมาสํ วสฺสํ อุเปมิ หรือว่า อิมสฺมึ วิหาเร อิมํ เตมาสํ วสฺสํ อุเปมิ ที่แปลว่า ข้าพเจ้าขออยู่จำพรรษาตลอด 3 เดือน ในอาวาสนี้หรือในวิหารนี้ โดยจะกล่าวทั้งหมด 3 ครั้ง

          หลังจากเสร็จพิธีเข้าพรรษาแล้วก็นำดอกไม้ ธูป เทียน ไปนมัสการปูชนียวัตถุที่สำคัญในอาวาสนั้น วันต่อมาก็นำดอกไม้ ธูป เทียน ไปขอขมาพระอุปัชฌาย์อาจารย์ และพระเถระที่ตนเคารพนับถือ

          ซึ่งระหว่างที่ภิกษุจำพรรษานั้นตามพุทธานุญาตให้สิ่งของที่ประจำตัวได้มีเพียง อัฏฐบริขาร ซึ่งได้แก่ สบง จีวร สังฆาฏิ เข็ม บาตร รัดประคด หม้อกรองน้ำ และมีดโกน แต่ช่วงหน้าฝนของการจำพรรษาในสมัยก่อนนั้นกว่าที่พระสงฆ์จะหาที่พักแรมได้ บางครั้งก็ถูกฝนเปียกปอน ชาวบ้านที่ใจบุญจึงถวาย "ผ้าจำนำพรรษา" หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า "ผ้าอาบน้ำฝน" เพื่อให้พระสงฆ์ได้ผลัดเปลี่ยน และยังถวายของจำเป็นแก่กิจประจำวันเป็นพิเศษในช่วงเข้าพรรษา จนเป็นประเพณีทำบุญที่สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน 
โดยการเข้าพรรษานั้นมีประโยชน์ ดังนี้

           1. ช่วงเข้าพรรษานั้นเป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านประกอบอาชีพทำไร่นา ดังนั้นการกำหนดให้ภิกษุสงฆ์หยุดการเดินทางจาริกไปในสถานที่ต่างๆ ก็จะช่วยให้พันธุ์พืชของต้นกล้า หรือสัตว์เล็กสัตว์น้อย ไม่ได้รับความเสียหายจากการเดินธุดงค์
           2. หลังจากเดินทางจาริกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนามาเป็นเวลา 8 - 9 เดือน ก็เป็นช่วงที่ให้พระภิกษุสงฆ์ได้หยุดพักผ่อน
           3. เป็นเวลาที่พระภิกษุสงฆ์จะได้ประพฤติปฏิบัติธรรมสำหรับตนเอง และศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยตลอดจนเตรียมการสั่งสอนให้กับประชาชนเมื่อถึงวันออกพรรษา
           4. เพื่อจะได้มีโอกาสอบรมสั่งสอนและบวชให้กับกุลบุตรผู้มีอายุครบบวช อันเป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาต่อไป
           5. เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้มีโอกาสบำเพ็ญกุศลเป็นการพิเศษ เช่น การทำบุญตักบาตร หล่อเทียนพรรษา ถวายผ้าอาบน้ำฝน รักษาศีล เจริญภาวนา ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม งดเว้นอบายมุข และมีโอกาสได้ฟังพระธรรมเทศนาตลอดเวลาเข้าพรรษา

แม้ว่าการเข้าพรรษาจะเป็นเรื่องของภิกษุ แต่สำหรับพุทธศาสนิกชนนั้นก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ทำบุญ รักษาศีล และชำระจิตใจให้ผ่องใส โดยในวันนี้หรือก่อนวันนี้หนึ่งวันพุทธศาสนิกชนมักจะจัดเครื่องสักการะ เช่น ดอกไม้ ธูป เทียน เครื่องใช้อย่าง สบู่ ยาสีฟัน มาถวายพระภิกษุ สามเณร ที่ตนเคารพนับถือ หรือมีการช่วยพระทำความสะอาด, ซ่อมแซม กุฏิหรือวิหาร เมื่อถึงวันเข้าพรรษาก็จะไปร่วมทำบุญ ตักบาตร ฟังเทศน์ ฟังธรรม และรักษาศีลกันที่วัด ไม่ว่าจะเป็นศีลห้าหรือศีลแปดก็ตาม โดยบางคนอาจตั้งใจงดเว้นอบายมุขต่างๆ เช่น งดสุรา งดฆ่าสัตว์ เป็นต้น

กิจกรรมที่ขาดไม่ได้ก็คงจะเป็นประเพณีหล่อเทียนเข้าพรรษา ซึ่งเป็นประเพณีที่กระทำกันเมื่อใกล้ฤดูเข้าพรรษาของทุกปี เพราะในระยะเข้าพรรษานี้เป็นช่วงเวลาที่พระภิกษุจะต้องอยู่ประจำวัดตลอด 3 เดือน โดยพระภิกษุจะต้องมีการสวดมนต์ทำวัตรทุกเช้าและเย็น จึงจะต้องมีการใช้ธูป เทียน เพื่อจุดบูชา พุทธศาสนิกชนทั้งหลายจึงพร้อมใจกันหล่อเทียนเข้าพรรษาให้พระภิกษุ อีกทั้งยังเป็นกุศลทานอย่างหนึ่งเพราะเชื่อกันว่าเป็นการให้ทานด้วยแสงสว่าง จะมีอานิสงฆ์เพิ่มพูนปัญญาทำให้หูตาสว่าง 
ตามชนบทนั้นการหล่อเทียนเข้าพรรษาจะทำกันเอิกเกริกและเป็นที่สนุกสนาน เมื่อหล่อเสร็จแล้วก็จะมีการแห่รอบพระอุโบสถ 3 รอบ แล้วนำไปบูชาพระตลอดระยะเวลา 3 เดือน บางแห่งก็มีการประกวดตกแต่งเทียนพรรษาหรือการแห่รอบเมืองด้วยริ้วขบวนที่สวยงาม

ซึ่งหากใครยังไม่เคยเข้าวัดไปทำกิจกรรมในวันเข้าพรรษา เราขอแนะนำให้ไปลองดู เพราะนอกจากจะได้ทำบุญแล้ว ยังจะช่วยชำระล้างจิตใจของคุณให้ปลอดโปร่ง เพื่อพร้อมผชิญกับปัญหาต่างๆ ที่เข้ามาได้อีกด้วย

ที่มา : http://www.learners.in.th/blogs/posts/174791


วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

บันทึกการเรียนครั้งที่ 7


วิชาการจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย (EAED2203)

วันที่ 27  กรกฎาคม  2555

กลุ่มเรียน122    เวลา14.10-17.30น.

เนื้อหาที่เรียน


-ในสัปดาห์นี้อาจารย์ติดธุระ จึงมอบหมายให้อาจารย์กฤตธ์ตฤณน์  มาสอนแทน

-ให้แต่ละกลุ่มออกมานำเสนองานการเล่านิทาน  โดยมีทั้งหมด 8 กลุ่ม



นิทานเรื่องแม่ครับข้าวตังขอโทษ


กลุ่มข้าพเจ้านำเสนอกิจกรรมการเล่านิทานให้น้องอนุบาล2



คำแนะนำที่ได้รับจากการนำเสนอในครั้งนี้
-การสรุปพฤติกรรมของน้องต้องละเอียดมากกว่านี้  ซึ่งต้องแก้ไขตรงสรุปพฤติกรรมของน้องในขณะที่เล่านิทานและคำถามที่ใช้ถามน้อง ควรมีมากกว่านี้

บรรยายกาศในการเรียน

-เพื่อนๆตั้งใจฟังเพื่อนๆแต่ละกลุ่มออกมานำเสนองานหน้าชั้นเรียน

การนำสิ่งที่ได้รับไปปรับใช้

-ได้รับคำแนะนำจากการนำเสนองานชิ้นนี้ในการเขียนสรุปพฤติกรรมเด็กที่ถูกต้อง  เพื่อนำมาปรับใช้ในอนาคตต่อไป